รัฐบาล เตรียมแก้เกม ยอดขายรถยนต์ตกต่ำปีนี้ พร้อมส่ง บสย. ค้ำปล่อยสินเชื่อกระบะพาณิชย์ เตรียมเคาะเมษายนนี้ หงสยการ์ด เตรียม แยก สนับสนุน PHEV ออกจากไฮบริด จูงใจคนไทยมากขึ้น
หลังจาก ปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์มียอดขายตกต่ำเป้นประวัติการณ์ และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น จากการรายงานยอดขายของผู้ผลิตรถยนต์รายสำคัญที่ชี้ว่าตลาดยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ทางภารัฐ เตรียมออกมาตรการเข้าช่วยเหลือตลาดยานยนต์ในประเทศ และเตรียมการ สำหรับตัวเลือกการซื้อใหม่ๆที่น่าสนใจ แก่ลูกค้าที่อยากจะออกรถใหม่อีกด้วย
ข้อมูลนี้ มาจาก นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ออกมาเปิดเผยว่า ในเวลานี้ ทางรัฐบาลได้สั่งให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าดำเนินการในการค้ำประกันรถกระบะใหม่มือหนึ่งเพื่อการพาณิชย์ เพื่อช่วยเหลือในการดำรงชีพของประชาชน
“ บสย. จะเข้าค้ำประกันด้านผู้ปล่อยสินเชื่อรถกระบะใหม่เท่านั้น ทำให้สถาบันการเงินและบริษัทลูกที่เป็นรีสซิ่งไม่ต้องรับภาระตามเงื่อนไข วงเงินที่ใช้ค้ำมาจากเงินทุนของ บสย.” ท่านรัฐมนตรีเปิดเผย กับสื่อ ผู้จัดการออนไลน์ “เรื่องนี้ไม่ต้องผ่านที่ประชุม ครม.สามารถทำได้ทันที โดยไม่ใช้วงเงินจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย.SMEs ยั่งยืน (PGS ระยะที่ 11) ซึ่งกำลังดูข้อกฎหมายขั้นสุดท้าย”
เบื้องต้น คาดว่า จะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนเมษายน 2568 ในช่วงก่อนวันสงกรานต์
นอกจากนี้ ทางรัฐบาล เตรียมปรับปรุงแก้ไข อัตราภาษีรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงานแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้าที่สามารถเสียบปลั๊กประจุไฟฟ้า Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV)
เนื่องจาก รถ PHEV เป็นรถที่ประเทศไทย สนับสนุน เนื่องจากเป็น ระบบขับเคลื่อนผสมผสานระหว่าง รถสันดาปกับรถยนต์ไฟฟ้ายิ่งเมื่อพิจารณากระบวนการผลิต พบว่ามีการนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จำนวนมาก มากกว่าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้มีห่วงโซ่อุปทาานในการผลิตสูงในผู้ผลิต มีสายการผลิตกว้างและสนับสนุนการจ้างงานคนไทย
การปรับ โครงสร้าง ภาษี PHEV จะประกอบด้วย 3 ประเด็น ได้แก่
แยกรถประเภท PHEV ออกจากรถยนต์ไฮบริด อย่างชัดเจน
ปรับเกณฑ์การปล่อยไอเสีย คาร์บอนไดออกไซด์ จากเดิมมาเป็นการมองที่ระยะทางต่อการชาร์จ เพื่อให้ไม่ให้ผู้ผลิตมองแต่การปล่อยไอเสียต่ำ แล้วมองข้ามการพัมนาแบตเตอร์รี่
ตัดเงื่อนไข ถังน้ำมันออกไป เพื่อให้ติดตั้งถังน้ำมันในขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กเกินไป
โดยเรื่องดังกล่าว จะนำเสนอต่อ มติของที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ในเดือนเมษายน โดยจะเน้นที่การพยายามให้ การตั้งราคาขาย จะขึ้นอยู่กับระยะทางขับไฟฟ้าที่สามารถทำได้ ต่อการชาร์ต
ถ้าวิ่งไฟฟ้าล้วนได้แไกล การจัดเก็บภาษาีสรรพสามิต ก็จะลดลง มากกว่า รถที่วิ่งไฟฟ้า ได้น้อยกว่า
ไม่เพียงเท่านี้ ทางภาครัฐ ยังเตรียมจะเปลี่ยนระเบียบการจัดเก็บภาษี แบตเตอร์รี่ใหม่ จากเดิมอัตราคงที่ 8% มาเป็น ระบบใหม่ในอัตราแบบขั้นบันได อ้างอิง จาก 2 ปัจจัย คือ การชาร์จ และ ประจุ ต่อน้ำหนัก
เรื่องนี้จะส่งเสริมให้เกิดการนำ แบตเตอร์รี่น้ำหนักน้อย แต่สามารถเก็บประจุพลังงานไฟฟ้าได้มาก และมีการรักษาสิ่งแวดล้อม นำมาใช้กับรถยนต์ในประเทศมากขึ้น
ในส่วนของแบตเตอร์รี่ จะนำเข้าพิจารณา ภายในไตรมาส 2 นี้
ที่มาจาก ผู้จัดการออนไลน์