Mitsuoka คือหนึ่งในสำนักแต่งที่ถนัดการทำชุดแต่งดัดแปลงให้รถญี่ปุ่นกลายเป็นรถอเมริกัน และล่าสุดก็คือการเปิดตัวชุดแต่ง M55 ที่ทำให้ Honda Civic กลายเป็น Dodge Challenger เวอร์ชันพร้อมขายจริงออกมา
ย้อนไปเมื่อปลายปี 2023 ครั้งนั้นทาง Mitsuoka ได้มีการเปิดตัวชุดแต่งแปลง Honda Civic Hatchback ให้เป็น Dodge Challenger มาแล้ว และมันก็ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนทางค่ายตัดสินใจทำมันออกมาขายจริงๆในชื่อ M55 Zero Edition เมื่อปี 2024 ด้วยจำนวนจำกัด 500 ชุด ในระยะเวลาอย่างรวดเร็ว
นั่นจึงทำให้ในปีนี้ ทางสำนักจึงเปิดตัวชุดแต่ง M55 1st Edition ออกมาอีก โดยจะมีจำนวนจำกัดเพียง 250 ชุดเท่านั้น
โดยจุดเด่น ของชุดแต่งเมื่อถูกนำไปติดตั้งบนตัวรถ Honda Civic Hatchback ก็จะอยู่ที่การเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวรถ จากรถเก๋ง 5 ประตูธรรมดาๆ ให้กลายเป็นรถอเมริกันมัสเซิลคาร์ ด้วยชุดกันชนหน้าแบบหัวตัดพร้อมช่องรับลมขนาดใหญ่ และดวงไฟกลม 4 ดวง เหมือนรถ Dodge Challenger โฉมสุดท้ายก่อนปิดสายการผลิต

ขณะที่ด้านข้างตัวรถเอง ก็มีการเสริมชิ้นสเกิร์ตข้างเข้าไป เพื่อให้เส้นสายตัวรถดูอวบอิ่มรับกับกันชนหน้าที่ถูกเปลี่ยนใหม่ และเปลี่ยนชุดล้อใหม่ ให้ตัวรถดูซิ่งมากขึ้นอีกนิด
เช่นเดียวกัน ตัวกันชนหลังเอง ก็ไม่ได้ถูกใส่มาแทนที่กันชนเดิมเพียงครึ่งล่างเท่านั้น แต่เป็นแบบครอบยาวไปถึงแนวไฟท้าย และครอบไปถึงฝาท้ายด้วยในตัว โดยไม่ลืมที่จะเปลี่ยนไปใช้ดวงไฟท้ายแบบวงรีแนวนอนเหมือนรถคันต้นแบบ รวมถึงใส่สปอยเลอร์หลังแบบตูดเป็ดเข้าไป ส่วนบานเกล็ดครอบกระจกหลังจะอยู่ในทางเลือกออพชันเสริมแทน ไม่ได้อยู่ในเซ็ทมาให้ตั้งแต่แรกเหมือนชุดแต่งเวอร์ชันก่อนหน้า
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ชุดแต่งภายนอกตัวรถทั้งหมดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นส่วนที่ถูกใส่เข้าไปแทนที่ของเดิมอย่างเรียบเนียนทั้งสิ้น ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมีการตัดต่อโครงสร้างใดๆของตัวรถให้เสียของ และสามารถทำรถกลับเดิมได้ทุกเมื่อตามต้องการ

ขณะที่ภายในห้องโดยสาร จะมีความแตกต่างจากชุดแต่ง Zero Edition เล็กน้อยตรงที่ สีหนังหุ้มเบาะของชุดแต่ง 1st Edition จะมาพร้อมกับโทนสีดำ และไม่ได้มีการปักชื่อสำนักเต็มๆลงไปที่พนักพิงเบาะ เหลือแค่เพียงการปักชื่อรุ่นไว้เท่านั้น แต่การเดินตะเข็บด้าย และการตัดเย็บเสริมต่างๆล้วนคงเดิมทั้งหมด
ส่วนโลโก้สำนักบนปุ่มกดแตรที่พวงมาลัย ก็จะมีการเปลี่ยนรายละเอียดสลับกันเล็กน้อย จากที่มีเพียงแค่ชื่อสำนัก ตอนนี้ก็จะกลายเป็นว่ามีการทำโลโก้รหัสชุดแต่งเอาไว้ทางด้านบนด้วย เพื่อความสะดุดตามากกว่าเดิม
ด้านการปรังแต่งเสริมสมรรถนะต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ทางสำนัก Mitsuoka สนใจกันอยู่แล้ว เพราะพวกเขาเป็นสำนักที่เน้นทำของแต่งเสริมความสวยงามให้กับตัวรถเป็นหลัก
ดังนั้นตัวรถคันนี้ จึงยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสด 182 PS เท่าเดิม หากลูกค้าใช้ตัวรถรุ่นเทอร์โบ หรือจะยังคงเป็นขุมกำลัง e:HEV เบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 184 PS แรงบิดสูงสุด 315 Nm ดังเดิม

ที่พิเศษกว่าชุดแต่งเวอร์ชันแรก ก็คือ มันจะมีตัวเลือกเฉดสีให้ลูกค้าได้เลือกซื้อหลากหลายมากขึ้น ทั้ง Platinum White Pearl, Sonic Gray Pearl, Premium Crystal Red Metallic, Seabed Blue Pearl, Skyscraper Gray, Blue Iceland, Old English White, John Mango, Spring Blue, และ Papaya Orange Metallic
ส่วนราคาวางจำหน่ายของชุดแต่ง Mitsuoka M55 Zero Edition จะเป็นการวางจำหน่ายแบบพร้อมตัวรถเปล่าๆไปเลย หรือว่าง่ายๆคือหากลูกค้าสนใจ ก็จะเหมือนกับการที่พวกเขาเลือกซื้อรถใหม่พร้อมชุดแต่งเลยเท่านั้น โดยจะมีการตั้งราคาเริ่มต้นที่ 7,568,000 เยน หรือราวๆ 1,730,000 บาท ซึ่งยังไม่นับค่าออพชันตัวเลือกสีพิเศษ, ชิ้นส่วนตกแต่งภายในวัสดุคาร์บอน อื่นๆอีก ที่เมื่อเช็คราคาคร่าวๆแล้วก็แอบแพงหูฉีกอยู่ไม่น้อยเช่นกัน







