ทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์จำเป้นต้องกลั่นกรองกันก่อนปฏิบัติตาม คนจำนวนไม่น้อย ต่างหลงเชื่อข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง จนกลายเป็นความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ ซึ่งในช่วงนี้อากาศก็ร้อนเสียยิ่งกว่านรกมาแผดเผา เราจะมาดู หลายความเชื่อที่คุณได้ฟังมาเขาเล่าว่า เกี่ยวกับแอร์รถยนต์ อย่างผิดๆ
1.ต้องมั่นใจกว่า สวิทช์พัดลมแอร์และน้ำยาแอร์ A/C ปิดไว้เสมอก่อนสตาร์ทไว้เสมอ
ข้อเท็จจริง –
เหตุผลที่มีคนบอกว่าคุณควรปิดสวิทช์แอร์และน้ำยาแอร์ควรปิดไว้ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์
เนื่องจาก ระบบปรับอากาศในรถยนต์เป็นระบบไฟฟ้า ซึ่งจะทำงานทันทีเมื่อเครื่องยนต์สตาร์ท
ความจริง ไฟที่ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ท และระบบแอร์มาจากแหล่งเดียวกัน คือ แบตเตอร์รี่ทางหน้ารถ คุณสามารถพิสูจน์ได้เพียงบิดตำแหน่ง On ที่กุญแจ หรือกดปุ่มสตาร์ท 2 ครั้ง โดยไม่เหยียบเบรก ระบบแอร์จะทำงานแบบชิดๆ
ประเด็นที่มีคนบอกว่า ควรปิดสวิทช์แอร์ ก่อนเครื่องยนต์สตาร์ท เนื่องจาก 2 เหตุผล
1.กลัวไฟกระชาก ทำให้สวิทช์เสียได้ในระยะยาว ซึ่งไม่มีใครพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ได้ อาจเป็นการเสื่อมตามอายุการใช้งาน
2.คนเหล่านั้นอาจกังวลใจเมื่อสตาร์ทรถยนต์ แล้วหวั่นว่าแอร์อาจจะทำให้รถสตาร์ทยาก ซึ่งเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะเวลาเราสตาร์ทรถ ระบบแอร์ที่เราบิดเปิดไว้ จะหยุดการทำงานชั่วคราว แล้วเมื่อเครื่องยนต์ติดจะกลับมาทำงานอีกครั้ง 3-4 วินาที หลังเครืองยนต์เริ่มทำงาน
นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบไม่ใช้มือหมุน คุณถึงแทบไม่ต้องไปยุ่งกับสวิทช์ของพวกมันเลย ด้วยซ้ำ เว้น ปุ่มเพิ่มความเย็นในห้องโดยสาร
2.เร่งพัดลมแอร์ให้สุด ปิด A/C ก่อนถึงที่หมาย ลดกลิ่นอับ
น่าจะเคยได้ยืนว่า เร่งพัดลมให้สุด แล้วปิดคอมแอร์ ก่อนถึงที่หมาย 2-3 ร้อยเมตร เพื่อลดการเกิดกลิ้นในห้องโดยสารใช่หรือไม่ แล้วมันหรือหรือเปล่า
ข้อเท็จจริง –
เป็นเรื่องจริงเพียงครึ่งเดียวที่คุณสามารถขจัดให้ลมแรงพาเอาฝุ่นกลิ่นออกไปจากห้องโดยสารในรถได้
ทว่าปัจจุบันระบบปรับอากาศในรถยนต์นั้น
จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า “กรองแอร์” เป็นชุดกรองอากาศขนาดเล็กใส่ไว้ก่อนแผงคอยเย็น
ช่วยดักฝุ่นเศษ คราบต่างๆไม่ให้ไปติดในคอยย์เย็นหรือตู้แอร์ ตามหลักแล้ว กรองนี้ ควรเปลี่ยนเป็นประจำทุกปี
เนื่องจากราคาไม่แพงจนเกินไปนัก
รวมถึงหากเป็นไปได้ ควรพิจารณาล้างตู้แอร์เป็นประจำ ซึ่งจะขจัดคราบสกปรกในตู้แอร์ ที่กรองไม่สามารถดักได้ อันเป็นการลดกลิ้นไม่พึงประสงค์ดีกว่า การเปิดพักลมแอร์แรงๆ อันทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายกว่าเดิม
อย่างไรก็ดี การปิดคอมเพรสเซอร์ก่อนถึงที่หมาย แล้วเปิดแอร์แรงๆ เป็นการลดความชื้นในตู้แอร์น้อยมาก พัดลมแอร์ไม่ด่วยให้ฟินของตู้คอยย์เย็นร้อนขึ้นจนน้ำแข็งหรือความเย็นในตู้หายไปทันที ตู้จะยังมีความเย็นอยู่ จะสังเกตว่าแอร์จะเย็นอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ หายไปเมื่อปิด A/C
เมื่อมาคิดย้อนว่า มันช่วยขจัดกลิ้นจริงหรือไม่ ขอตอบว่าไม่ มันสู้คุณดูแลแอร์เป็นอย่างดี ด้วยการเปลี่ยนกรองแอร์ และ ล้างตู้แอร์ เป็นประจำไม่ได้
3.ปิดแอร์ เปิดกระจกขับ ประหยัดกว่า
หลายคนมักได้ยินมาเสมอ ว่า เราปิดแอร์เปิดกระจกขับรถนั้นจะประหยัดกว่า และทุกคนนำเทคนิคนี้มาใช้ โดยเฉพาะเมื่อรถน้ำมันใกล้หมด
เป็นความจริง
ที่ระบบแอร์นั้นฉุดกำลังเครื่องยนต์บางส่วนไปใช้ในการหมุนคอมเพรสเซอร์แอร์ (ยกเว้นรถไฮบริด
อาจใช้คอมเพรสเซอร์ไฟฟ้า) ทำให้เกิดการกินกำลังเครื่องยนต์เล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้มีผลมากต่อความประหยัดอย่างที่หลายคนเข้าใจ เนื่องจากสายพานมีหน้าที่แค่หมุนกลไกคอมแอร์เท่านั้น
และมีการตัดต่อกำลังอยู่ต่อเนื่องไม่ได้หมุนตลอดเวลา
อีกประการที่หลายคนไม่ได้นึกถึงเลยคือ การเปิดกระจกขับ ทำให้มีลมฉุดเกิดขึ้น จากลมที่เข้ามาในห้องโดยสารผ่านกระจกข้าง
ดังนั้นเมื่อสรุป ปิดแอร์เปิดกระจกขับประหยัดกว่า จะเห็นได้ว่าไม่จริง ถ้าคุณขับที่ความเร็วเท่ากัน เปิดกระจกขับอาจกินน้ำมันกว่าด้วยซ้ำ ถ้าจะให้ประหยัดจริงคุณต้องปิดแอร์ ปิดกระจก หมุนวนอากาศจากภายนอกเข้าห้องโดยสาร ขับโดยไม่ใช้แอร์ ไม่เปิดกระจกให้มีลมต้านครับ จึงจะประหยัดกว่า แต่เท่าไรนี่ยากจะตอบ
4.หยดน้ำใต้ท้องรถหลังจอดรถ หมายถึงแอร์รั่ว
น้ำที่หยดใต้ท้องรถ เมื่อจอดรถ ไม่ใช่แอร์รั่วเสมอไป มันคือน้ำทิ้งที่ระบายจากตู้แอร์ หลังจากที่เราปิดแอร์แล้วความชื่นถูกแทนที่ด้วยอากาศปกติ ทำให้ ความเย็นในตู้กลั่นตัวเป็นน้ำออกมา
ปริมาณน้ำหยดจะน้อยหรือมากก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเปิดแอร์เย็นแค่ไหน ยิ่งเย็นมาก น้ำจากตู้แอร์ก็มากตามไปด้วยเป็นเงาตามตัว ส่วนว่ามันคือน้ำยาแอร์ที่รั่วหรือไม่ ตรงนี้บางสื่อว่าดูจากความเย็ของน้ำที่ไหลลงพื้น อันนี้ก็หาใช่ถูกต้องเสียทีเดียว
เอาเป็นว่าการดูน้ำยาแอร์ว่ายังดีหรือไม่ ควรดูที่ช่องมองซึ่งอยู่ติดกับ กรองน้ำยาแอร์ข้างแผงคอยย์ร้อนคัรบ หรือถ้าคิดว่าแอร์รั่วควรปรึกษาช่างแอร์ หรือศูนย์บริการจพดีที่สุด เพราะปัจจุบันเขามีวิธีการตรวจสอบแม่นยำมาก