Home » Mercedes-AMG CLE 53 Manufaktur Edition ตัวแต่งพิเศษ เน้นความ “Exclusive”
รถใหม่ รถใหม่ต่างประเทศ

Mercedes-AMG CLE 53 Manufaktur Edition ตัวแต่งพิเศษ เน้นความ “Exclusive”

นอกจาก Mercedes-Benz ประเทศไทย จะพยายามเน้นขายรถพร้อมทางเลือก Manufaktur ดูเหมือนว่าทางแบรนด์ในสหรัฐอเมริกา ก็จะเน้นแคมเปญนี้ด้วยเช่นกัน กับการเปิดตัว Mercedes-AMG CLE 53 Manufaktur Edition ออกมา

Mercedes-AMG CLE 53 Manufaktur Edition คือตัวรถ AMG CLE 53 ที่มาพร้อมกับการตกแต่งพิเศษภายใต้แพ็คเกจ Manufaktur แต่ในคราวนี้จะเป็นแพ็คเกจสำเร็จรูปที่ทาง Mercedes-Benz สหรัฐอเมริกาคิดมาให้แล้ว

โดยหากเป็นตัวรถรุ่นตัวถังคูเป้ ก็จะมาพร้อมกับเฉดสี Graphite Grey Magno ซึ่งเป็นสีทางเลือกในแพ็คเกจ Manufaktur และคาดด้วยสติ๊กเกอร์ AMG สีเหลือง พร้อมชุดล้อสีดำ-ขอบเหลือง ขนาด 20 นิ้ว และยังได้รับการติดตั้งชุดแต่งในหมวด AMG Night Plus, AMG Performancec Studio, และ AMG Dynamic Plus ซึ่งมีแท่นเครื่องไฟฟ้า (คุมความสั่นของเครื่องได้ตามรอบและการสั่นสะเทือน) เพิ่มเติมเข้าไปอีก

ภายในห้องโดยสารยังมีการตกแต่งด้วยเบาะนั่ง AMG Performance ที่หุ้มด้วยหนังแนปป้าตัดอัลคันทาร่า และเดินตะเข็บด้ายสีเหลือง ช่วยเสริมทั้งภาพลักษณ์ซิ่งและทำให้ผู้นั่งมีความกระชับ ไม่หลุดหรือไหลไปกับแรงเหวี่ยงขณะสาดโค้ง เสริมความหล่อด้วยชิ้นงานคาร์บอนเข้าไป พร้อมเติมสีเหลืองเข้าไปอีกหน่อยที่พรมรองเท้า และไฟเรืองแสงตามจุดต่างๆภายในห้องโดยสาร ไม่เว้นแม้แต่บนแผ่นกันกระแทกที่กาบประตู

ฝั่งตัวรถรุ่นตัวถัง Cabriolet หรือ หลังคาเปิดประทุน มาพร้อมกับเฉดสี Starling Blue Magno ซึ่งก็เป็นอีกสีพิเศษในตัวเลือก Manufaktur เช่นกัน และจะมาพร้อมกับสติ๊กเกอร์ลาย AMG เหมือนกัน แต่เปลี่ยนเป็นสีดำ และได้ล้อขนาด 20 นิ้วเช่นกัน แต่มาพร้อมกับลวดลายที่เน้นความหรูหรามากกว่าความซิ่ง โดยที่ตัวก้านจะมีการปัดเงาให้ดูสวยงามขึ้นด้วย

นอกจากแพ็คเกจตกแต่งเสริมอื่นๆที่มีอยู่ในตัวรถรุ่นตัวถังคูเป้ มันยังมาพร้อมกับแพ็คเกจ AMG Carbon Fiber I และ II ซึ่งจะได้ชิ้นส่วนตกแต่งงานคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเข้าไปอีกหลายจุด ทั้ง ครอบกระจกมองข้าง และสปอยเลอร์หลัง เข้าไปอีก

ภายในห้องโดยสาร จะมีการเปลี่ยนหนังหุ้มเบาะ มาใช้หนังแนปป้าล้วน โดยเน้นโทนสีดำ-ขาว เช่นเดียวกับการเดินตะเข็บด้ายตามจุดต่างๆ รวมถึงตัวพรม และแผ่นกันกระแทกที่กาบข้างประตู โดยที่ตัวไฟเรืองแสงจะเปลี่ยนใหม่เป็นสีฟ้าแทน

นอกนั้น ในส่วนของขุมกำลัง จะยังคงเป็นเครื่องยนต์ M256 แบบเบนซิน 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า PS ที่ 5,800 – 6,100 รอบ/นาที และ แรงบิดสูงสุด 560 นิวตันเมตร ที่ 2,200 – 5,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า EQ Boost แบบ Mild-hybrid 48V ให้กำลังสูงสุด 22 แรงม้า 200 นิวตันเมตร เพื่อเสริมอัตราเร่ง และผ่อนภาระเครื่องยนต์ในยามออกตัว กับเร่งแซง

ทำงานร่วมกับกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G Speedshift และใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC+ ที่สามารถแปรผันอัตราส่วนการกระจายแรงบิดได้ตามสถานการณ์และโหมดการขับขี่ พร้อมความสามารถในการเรียกอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ใน 4.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุด ที่ 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง

โดยราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของตัวรถรุ่นนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขออกมา และสำหรับชาวไทยที่สนใจ แม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเลือกซื้อรถในแพ็คเกจเดียวกันได้แบบ 100% แต่เราก็ยังสามารถเลือกกดดู Configuration เพื่อตกแต่งรถให้เป็นตัวเองได้มากขึ้นแน่นอน เพราะในไทยเอง ทาง Mercedes-Benz ก็มีแพ็คเกจ Manufaktur ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อเช่นกัน

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.