Home » Tesla Model Y – Juniper เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย เปลี่ยนจากเดิมแค่ไหนกัน ?
รถใหม่ รถใหม่ในประเทศ

Tesla Model Y – Juniper เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย เปลี่ยนจากเดิมแค่ไหนกัน ?

แม้จะมีการเปิดราคาวางจำหน่ายในไทยไปตั้งแต่เดือนแรกของปี 2025 แต่ล่าสุดทาง Tesla กลับพึ่งมีการเปิดตัวรถ Model Y – Juniper อย่างเป็นทางการในบ้านเราเมื่อวันก่อนให้เหล่าสื่อมวลชน และลูกค้า VIP ได้สัมผัสกันก่อนใคร

Tesla Model Y – Juniper มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงในหลายจุดเมื่อเทียบกับ Model Y รุ่นก่อนหน้า โดยเริ่มจากรูปร่างที่เปลี่ยนไป ทั้งการปรับดีไซน์หน้ารถใหม่ ให้ทันสมัย และปราดเปรียวมากขึ้น ด้วยสันจมูกกันชนที่ยื่นออกมาด้านหน้ามากกว่าเดิม พร้อมเสริมด้วยแถบไฟ LED เต็มแนวหน้าตัดตัวรถ ซึ่งเป็นการยกแรงบันดาลใจงานออกแบบมาจาก Tesla Cybertruck และ Cybercab

ขณะเดียวกันก็ได้มีการย้ายเอาไฟหน้าโคมจริง ให้ต่ำลง เพื่อลดการแยงตาผู้ใช้ถนนเลนสวน และติดๆกัน ก็จะมีการทำช่องดักลม เพื่อรีดอากาศไว้สร้างกำแพงอากาศ ลดลมหมุนวนในซุ้มล้อ เพื่อให้รถลู่ลมมากขึ้น เช่นเดียวกับฝากระโปรงหน้าที่มีความแบนราบมากกว่าเดิม

กระจกมองข้าง ถูกปรับงานออกแบบกรอบใหม่ ให้สามารถแหวกอากาศได้ดีขึ้น และชุดล้อเอง ก็มีการออกแบบฝาครอบใหม่ ให้ช่วยลดเสียงรบกวนขณะใช้งานได้ดีกว่าเดิม

และด้านท้ายรถ ก็มีการปรับงานออกแบบใหม่หลายจุด ทั้งการเปลี่ยนมาใช้ไฟท้ายแบบบาร์คาดขนาดใหญ่ โดยจะใช้ไฟแบบเล็งสะท้อน หรือ Indirect Light ลงมาบนแถบชื่อแบรนด์ขนาดใหญ่ เพื่อลดการแยงตาผู้ใช้ถนนร่วมกัน และในขณะเดียวกันก็ทำให้พวกเขาสามารถเห็นท้ายรถ Model Y รุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น

ท้ายสุดคือการปรับงานออกแบบกันชนท้ายใหม่ ให้มีลักษณะเป็นครีบดิฟฟิวเซอร์ที่ใหญ่กว่าเดิม เพื่อการรีดอากาศออกจากใต้ท้องรถที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้รถมีเสถียรภาพขณะขับใช้งานด้วยความเร็วสูงมากขึ้น กับการเปลี่ยนลายฝาครอบล้อทั้งในขนาด 19 นิ้ว และ 20 นิ้วใหม่ ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ ก็ยังช่วยให้รถมีค่า่สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำลง จาก 0.22 Cd เหลือ 0.21 Cd

ในส่วนภายในห้องโดยสาร ยังคงเน้นงานออกแบบมินิมอล ไร้ปุ่มกดใดๆ ใช้งานออกแบบเดียวกันกับตัวรถรุ่นก่อนหน้า ตัวสุดท้ายก่อนปรับโฉมใหญ่ แต่มีการปรับเปลี่ยนงานออกแบบพวงมาลัยใหม่เล็กน้อย และเพิ่มก้านเปิด-ปิด ไฟเลี้ยวเข้ามา เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้

นอกนั้นตัวรถยังคงมาพร้อมกับชุดหน้าจอแสดงผลอินโฟเทนเมนท์ตรงกลางขนาด 15.4 นิ้ว, แท่นไวร์เลสชาร์จ 2 ตำแหน่ง, เบาะนั่งปรับพับไฟฟ้า, เพิ่มไฟแวดล้อม หรือ Ambient Light เข้ามา, และปรับงานออกแบบแผ่นกันแดดใหม่อีกเล็กน้อยเพื่อการบังแสงแดดแยงจาผู้โดยสารแถวหน้าที่ดียิ่งขึ้น

โดยสิ่งที่ Tesla ให้ความสำคัญจริงๆในตัวรถรุ่นนี้ ก็คือการเพิ่มความสะดวกสบาย และความนุ่มนวลในการใช้งาน ดังนั้นพวกเขาจึงเน้นไปที่การปรับปรุงช่วงล่างตัวรถใหม่ ให้มีความนิ่มนวลมากขึ้น และโครงสร้างตัวถังเอง ก็ยังถูกปรับปรุงให้สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีกว่าเดิม และยังมีการติดตั้งชุดกระจก 2 ชั้น หรือกระจก Acoustic Glass เพิ่มเข้าไปอีก 4 บาน ที่ประตูรอบคัน อีกเพื่อความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร

นอกนั้นในส่วนรายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆของตัวรถยังคงเดิมแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และขนาดแบตเตอรี่ ทว่าด้วยการปรับปรุงระบบซอฟท์แวร์จัดการพลังงานใหม่ และตัวถังที่ลู่ลมกว่าเดิม ทำให้มันสามารถรองรับระยะทางในการวิ่งใช้งานต่อชาร์จได้มากขึ้นอีกนิด ได้แก่

รุ่น Standard Range ขุมกำลังมอเตอร์เดี่ยว มีระยะทางการใช้งานสูงสุด 466 กิโลเมตร/ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 5.9 วินาที รองรับการชาร์จ DC เร็วสุด 175 kWh พร้อมสนนราคาวางจำหน่ายที่ 1,769,000 บาท

รุ่น Long Range มาพร้อมระบบมอเตอร์คู่ มีระยะทางการใช้งานสูงสุด 551 กิโลเมตร/ชาร์จ ให้อัตราเร่ง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 4.3 วินาที รองรับการชาร์จ DC เร็วสุด 250 kWh พร้อมสนนราคาวางจำหน่ายที่ 2,069,000 บาท

โดยตัวรถ Tesla Model Y รุ่นใหม่นี้ จะมีเฉดสีให้เลือกทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน ได้แก่ สีขาว Pearl White, สีเทา Stealth Grey, สีเงิน Quick Silver, สีแดง Ultra Red และสีใหม่ล่าสุด คือ สีฟ้า Gracier Blue

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.