Home » MG S5 (ES5) อเนกประสงค์ไฟฟ้า ตัวแทน MG ZS EV เตรียมเปิดตัวไทยเร็วๆนี้
รถใหม่ รถใหม่ต่างประเทศ

MG S5 (ES5) อเนกประสงค์ไฟฟ้า ตัวแทน MG ZS EV เตรียมเปิดตัวไทยเร็วๆนี้

หลังเน้นทำตลาดแต่รถแฮชแบ็กท์ไฟฟ้า และรถตู้ไฟฟ้าอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทาง MG จะกลับมาลุยตลาดรถอเนกประสงค์ไฟฟ้า ซึ่งเคยเป็นตัวเปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าให้กับแบรนด์ และนั่นก็คือ MG S5

และแม้ เราจะบอกว่า MG S5 คือตัวตายตัวแทนของ MG ZS EV แต่ในความเป็นจริง มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกันเลย นอกจากตำแหน่งทางการตลาด

โดย MG S5 ถูกเปิดตัวครั้งแรกในตลาดโลกช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา โดยแน่นอนว่ามันได้ประเดิมตลาดวางจำหน่ายก่อนใครในประเทศจีน ด้วยชื่อ MG ES5 และมาพร้อมกับจุดขายสำคัญคือการที่มันถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานโครงสร้าง Modular Scalable Platform (MSP) แบบเดียวกับของ MG4 ซึ่งหลายคนที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับตัวรถแพลตฟอร์มนี้ ก็ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่ามันมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก ในเรื่องของสมรรถนะด้านการควบคุมที่เฉียบคมเป็นพิเศษ และการวางเลย์เอาท์ขุมกำลังแบบขับเคลื่อนล้อหลัง

ด้านขีดความสามารถในการใช้งาน หากอิงตามแหล่งข้อมูลของตัวรถที่ขายในประเทศเนปาล ซึ่งเป็นร่างพวงมาลัยขวา มันก็จะมาพร้อมกับมอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 134 แรงม้า PS และมีแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร พร้อมขีดความสามารถในการเรียกอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 7.1 วินาที และมีขีดจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 175 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 500 กิโลกรัม

ขณะที่ตัวแบตเตอรี่ ก็จะมีให้เลือกทั้งขนาด 49.1 kWh หรือ 62.2 kWh โดยจะเป็นแบตเตอรี่ LFP ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง SAIC และ CATL จนสามารถทำแพ็คแบตเตอรี่ให้มีขนาดความหนาเพียง 110 มิลลิเมตร เท่านั้น และทำให้มันกลายเป็นแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าที่บางที่สุดในโลก ณ เวลา ปัจจุบัน และมันยังรองรับระยะทางในการใช้งานสูงสุด 340 กิโลเมตร/ชาร์จ หรือ 430 กิโลเมตร/ชาร์จ ตามลำดับ บนมาตรฐานการทดสอบ WLTP สามารถชาร์จไฟ จาก 10-80% ได้ภายใน 24 นาที และ 26 นาที ด้วยกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 120 กิโลวัตต์ และ 150 กิโลวัตต์ ตามลำดับ

และนอกจากการใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ มอเตอร์ใหม่ อีกสิ่งที่เป็นผลตามมาจากการใช้แพลตฟอร์มใหม่ของ ES5 คือการที่มันมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนอิสระทั้ง 4 ล้อ ซึ่งมีขีดความสามารถในการซับแรงที่ดีกว่าแบบช่วงล่างคานงัดดั้งเดิมใน MG ZS EV อีกด้วย

ในด้านงานออกแบบ ก็มีการปรับใหม่ให้ภาพรวมของตัวรถดูใหญ่โต และทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการแบ่งโซนแถบไฟ DRL ไว้ด้านบน และย้ายไฟหน้าตัวหลักมาไว้ตรงกึ่งกลางทางด้านข้างของกันชนหน้า โดยที่ช่องดักลมตรงกลาง แอบมีความคล้ายกับ MG Cyberster

ส่วนตัวถังด้านข้าง เสริมความพร้อมใช้งานด้วยชายล่างกับคิ้วซุ้มล้องานพลาสติกด้านกันกระแทก, ชุดล้อลายใหม่ มีให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว, ตัวครอบกระจกมองข้างสีดำเงา, ราวหลังคาสีเงิน, ตัวกรอบกระจกรอบคันใหญ่โตกว่า โดยเฉพาะบานท้ายหลังเสา C เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับยามต้องเอี้ยวมองวัตถุด้านหลังเยื้องข้างของตัวรถ

และด้านท้ายรถก็ใส่ความสปอร์ตเข้ามาด้วยสปอยเลอร์หลังพร้อมครีบรีดอากาศหลังเสา D เช่นเดียวกับฝาท้ายที่มีการทำรูปทรงเหมือนสปอยเลอร์ตูดเป็ดใต้แนวกระจกหลังอีกที และเขยิบลงมาอีกนิด ก็จะพบกับแถบไฟท้ายแบบ Cross Tailight โดยที่ปลายด้านข้างมีลักษณะเป็นรูปตัว Y คล้ายๆกับ MG4

ภายในห้องโดยสาร เน้นความเรียบง่าย ด้วยคอนโซลหน้าที่ดูสะอาดตา แต่เราจะเห็นได้ว่ามันกลับมีชิ้นส่วนบางรายการที่ยืมมาจาก MG4 อยู่ นั่นคือชุดพวงมาลัยแทบทั้งชิ้น ต่างกันแค่เพียงมันมีก้านคู่ทางด้านล่างใส่มาให้ด้วย ส่วนชุดหน้าจอแสดงผลข้อมูลตัวรถเอง ก็แน่นอนว่าเป็นแบบ Full Digital โดยคาดว่าจะมีขนาดราวๆ 7-9 นิ้ว และตัวจอกลางที่ถูกติดตั้งแบบกึ่งลอยตัวเอง ก็คาดว่าจะมีขนาดราวๆ 14-16 นิ้วเช่นกัน

นอกนั้นในส่วนของลูกเล่นอื่นๆ จำพวกระบบความปลอดภัย และระบบอำนวยความสะดวกของผู้ใช้ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมา แต่จากตัวเลขมิติตัวถัง 4,476 มิลลิเมตร ในด้านยาว, 1,849 มิลลิเมตร ในด้านกว้าง, 1,621 มิลลิเมตร ในด้านสูง และระยะฐานล้ออีก 2,730 มิลลิเมตร จึงเท่ากับว่าเจ้า MG ES5 มีขนาดใหญ่โตกว่า MG ZS EV อีกพอประมาณ และมันก็น่าจะช่วยในเรื่องของความกว้างขวางภายในห้องโดยสารอีกพอสมควร

โดยกำหนดการเปิดตัวของ MG S5 คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ที่งาน Motor Show 2025 ซึ่งราคาและออพชันของมันจะเป็นอย่างไร ก็รอการอัพเดทข้อมูลกันต่อไป

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.