หลังเน้นทำตลาดแต่รถแฮชแบ็กท์ไฟฟ้า และรถตู้ไฟฟ้าอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทาง MG จะกลับมาลุยตลาดรถอเนกประสงค์ไฟฟ้า ซึ่งเคยเป็นตัวเปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าให้กับแบรนด์ และนั่นก็คือ MG S5

และแม้ เราจะบอกว่า MG S5 คือตัวตายตัวแทนของ MG ZS EV แต่ในความเป็นจริง มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกันเลย นอกจากตำแหน่งทางการตลาด
โดย MG S5 ถูกเปิดตัวครั้งแรกในตลาดโลกช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา โดยแน่นอนว่ามันได้ประเดิมตลาดวางจำหน่ายก่อนใครในประเทศจีน ด้วยชื่อ MG ES5 และมาพร้อมกับจุดขายสำคัญคือการที่มันถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานโครงสร้าง Modular Scalable Platform (MSP) แบบเดียวกับของ MG4 ซึ่งหลายคนที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับตัวรถแพลตฟอร์มนี้ ก็ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่ามันมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก ในเรื่องของสมรรถนะด้านการควบคุมที่เฉียบคมเป็นพิเศษ และการวางเลย์เอาท์ขุมกำลังแบบขับเคลื่อนล้อหลัง
ด้านขีดความสามารถในการใช้งาน หากอิงตามแหล่งข้อมูลของตัวรถที่ขายในประเทศเนปาล ซึ่งเป็นร่างพวงมาลัยขวา มันก็จะมาพร้อมกับมอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 134 แรงม้า PS และมีแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร พร้อมขีดความสามารถในการเรียกอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 7.1 วินาที และมีขีดจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 175 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 500 กิโลกรัม
ขณะที่ตัวแบตเตอรี่ ก็จะมีให้เลือกทั้งขนาด 49.1 kWh หรือ 62.2 kWh โดยจะเป็นแบตเตอรี่ LFP ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง SAIC และ CATL จนสามารถทำแพ็คแบตเตอรี่ให้มีขนาดความหนาเพียง 110 มิลลิเมตร เท่านั้น และทำให้มันกลายเป็นแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าที่บางที่สุดในโลก ณ เวลา ปัจจุบัน และมันยังรองรับระยะทางในการใช้งานสูงสุด 340 กิโลเมตร/ชาร์จ หรือ 430 กิโลเมตร/ชาร์จ ตามลำดับ บนมาตรฐานการทดสอบ WLTP สามารถชาร์จไฟ จาก 10-80% ได้ภายใน 24 นาที และ 26 นาที ด้วยกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 120 กิโลวัตต์ และ 150 กิโลวัตต์ ตามลำดับ
และนอกจากการใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ มอเตอร์ใหม่ อีกสิ่งที่เป็นผลตามมาจากการใช้แพลตฟอร์มใหม่ของ ES5 คือการที่มันมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนอิสระทั้ง 4 ล้อ ซึ่งมีขีดความสามารถในการซับแรงที่ดีกว่าแบบช่วงล่างคานงัดดั้งเดิมใน MG ZS EV อีกด้วย
ในด้านงานออกแบบ ก็มีการปรับใหม่ให้ภาพรวมของตัวรถดูใหญ่โต และทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการแบ่งโซนแถบไฟ DRL ไว้ด้านบน และย้ายไฟหน้าตัวหลักมาไว้ตรงกึ่งกลางทางด้านข้างของกันชนหน้า โดยที่ช่องดักลมตรงกลาง แอบมีความคล้ายกับ MG Cyberster
ส่วนตัวถังด้านข้าง เสริมความพร้อมใช้งานด้วยชายล่างกับคิ้วซุ้มล้องานพลาสติกด้านกันกระแทก, ชุดล้อลายใหม่ มีให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว, ตัวครอบกระจกมองข้างสีดำเงา, ราวหลังคาสีเงิน, ตัวกรอบกระจกรอบคันใหญ่โตกว่า โดยเฉพาะบานท้ายหลังเสา C เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับยามต้องเอี้ยวมองวัตถุด้านหลังเยื้องข้างของตัวรถ
และด้านท้ายรถก็ใส่ความสปอร์ตเข้ามาด้วยสปอยเลอร์หลังพร้อมครีบรีดอากาศหลังเสา D เช่นเดียวกับฝาท้ายที่มีการทำรูปทรงเหมือนสปอยเลอร์ตูดเป็ดใต้แนวกระจกหลังอีกที และเขยิบลงมาอีกนิด ก็จะพบกับแถบไฟท้ายแบบ Cross Tailight โดยที่ปลายด้านข้างมีลักษณะเป็นรูปตัว Y คล้ายๆกับ MG4
ภายในห้องโดยสาร เน้นความเรียบง่าย ด้วยคอนโซลหน้าที่ดูสะอาดตา แต่เราจะเห็นได้ว่ามันกลับมีชิ้นส่วนบางรายการที่ยืมมาจาก MG4 อยู่ นั่นคือชุดพวงมาลัยแทบทั้งชิ้น ต่างกันแค่เพียงมันมีก้านคู่ทางด้านล่างใส่มาให้ด้วย ส่วนชุดหน้าจอแสดงผลข้อมูลตัวรถเอง ก็แน่นอนว่าเป็นแบบ Full Digital โดยคาดว่าจะมีขนาดราวๆ 7-9 นิ้ว และตัวจอกลางที่ถูกติดตั้งแบบกึ่งลอยตัวเอง ก็คาดว่าจะมีขนาดราวๆ 14-16 นิ้วเช่นกัน
นอกนั้นในส่วนของลูกเล่นอื่นๆ จำพวกระบบความปลอดภัย และระบบอำนวยความสะดวกของผู้ใช้ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมา แต่จากตัวเลขมิติตัวถัง 4,476 มิลลิเมตร ในด้านยาว, 1,849 มิลลิเมตร ในด้านกว้าง, 1,621 มิลลิเมตร ในด้านสูง และระยะฐานล้ออีก 2,730 มิลลิเมตร จึงเท่ากับว่าเจ้า MG ES5 มีขนาดใหญ่โตกว่า MG ZS EV อีกพอประมาณ และมันก็น่าจะช่วยในเรื่องของความกว้างขวางภายในห้องโดยสารอีกพอสมควร
โดยกำหนดการเปิดตัวของ MG S5 คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ที่งาน Motor Show 2025 ซึ่งราคาและออพชันของมันจะเป็นอย่างไร ก็รอการอัพเดทข้อมูลกันต่อไป