เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว กับ Volvo ES90 รถซีดานไฟฟ้าโมเดลใหม่ล่าสุดระดับเรือธง ที่จะถูกนำมาทำตลาดคู่ไปกับ Volvo EX90 อเนกประสงค์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่สุด ที่พึ่งเปิดตัวในไทยไปเมื่อไม่นานมานี้

Volvo ES90 มาพร้อมกับนิยามการสร้างและการออกแบบใหม่ ที่เน้นหนักในเรื่องของความสมดุล และสุนทรียภาพจากภายในสู่ภายนอก โดยแน่นอนว่ามันยังคงมาพร้อมกับอัตลักษณ์ยุคใหม่ของ Volvo ทั้ง ไฟหน้าแบบ Thor Hammer หรือ ค้อนเทพทอร์ และไฟท้ายแบบ C-Shaped ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้หลอดไฟ LED ความคมชัดสูง
และมันยังคงใช้เส้นสายสะอาดตา แต่มันการตัดแนวขอบสันไหล่ และซุ้มล้อที่ชัดเจนตามฉบับรถยนต์ Volvo แต่ที่น่าสนใจคือคราวนี้ ช่วงเส้นหลังคารถด้านท้าย กลับมีการวาดแนวยกสูงไปจนถึงเกือบขอบฝาท้ายรถ เพื่อให้ท้ายรถดูมีความเป็นแบบ Liftback (เปิดฝาท้ายแล้วยกขึ้นทั้งกระจกบานหลัง) และทำให้รถมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.25 Cd ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเท่าที่ทางค่ายเคยทำมาด้วย
และด้วยการทำแนวหลังคาสูง มันจึงช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระทางด้านหลังด้วยในตัว โดยมันมีความจุที่มากถึง 424 ลิตร และหากพับเบาะแถวหลังรายลง ก็จะช่วยขยายพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มได้อีกเป็น 733 ลิตร และยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้าอีก 22 ลิตร
ภายในห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบายด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 3.1 เมตร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่วางขาของผู้ขี่ในแถวสองได้เป็นอย่างดี และยังเพิ่มความโปรงสบายด้วยหลังคากระจกพาโนรามิค ที่มีการเคลือบสารลดรังสี UV ได้กว่า 99.9% และยังสามารถปรับความโปร่งไส หรือความทึบแสงของตัวกระจกได้อีกในรุ่นย่อยบน
ระบบปรับอากาศภายในตัวรถ เป็นแบบ 4 โซน พร้อมระบบกรองฝุ่น PM 2.5 ที่สามารถลดฝุ่นภายในห้องโดยสารได้กว่า 95% และลดเศษฝุ่นจากเกสรดอกไม้ หรือสารก่อภูมิแพ้ได้อีก 99.9% และทาง Volvo จึงระบุว่ามันได้ถูกบุภายในเพื่อกั้นเสียงภายนอกที่เข้ามาสู่ห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี เพื่อความสุนทรีย์ในการฟังเพลงจากลำโพง Hi-Fi ของ Bowers & Wilkins ทั้ง 25 จุด ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบจัดการเสียง Dolby Atmos อีกด้วย
ชุดจออินโฟเทนเมนท์ตรงกลาง มีขนาด 14.5 นิ้ว ทำงานร่วมกับชิพประมวลผลจาก Qualcomm พร้อมระบบปฏิบัติการ Snapdragon® Cockpit Platform ซึ่งมีระบบ Google Built-In ในตัว ทำให้มันสามารถเปิดแอพพลิเคชัน Google Maps และแอพพลิเคชันอื่นๆในระบบ Google Play ได้อีก และยังรวมถึงการรวมฟังก์ชันระบบสั่งการตัวรถต่างๆทั้งหมดเอาไว้ในจอให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
เช่นเดียวกับ EX90 ตัวรถ ES90 ก็ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SPA2 ซึ่งนอกจากจะเน้นในเรื่องของความปลอดภัยที่ตัวโครงสร้างเองแล้ว มันยังถูกออกแบบให้มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงอีกมากมาย โดยเริ่มจากชิปประมวลผล NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ซึ่งสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกว่า 508 ล้านล้านครั้งต่อวินาที
ซึ่งช่วยให้ระบบ AI และซอฟท์แวร์ที่ทาง Volvo พัฒนาร่วมกับ NVIDIA ขึ้นมาโดยเฉพาะ สามารถตัดสินใจข้อมูลจากเซนเซอร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เรดาร์ตรวจจับวัตถุ 5 ตัว, LiDar Sensor 1 ตัว, กล้องรอบคัน 7 ตัว, เซนเซอร์คลื่นเสียงอัลตร้าโซนิค 12 ตัว และยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวผู้ขับในห้องโดยสาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบสถาปัตยกรรมการจ่ายไฟของรถเอง ก็เป็นแบบ 800 โวลท์ ช่วยให้แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟสำหรับการวิ่งด้วยระยะทาง 300 กิโลเมตร ได้ภายในเวลา 10 นาที จากกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 350 กิโลวัตต์ โดยที่ระยะทางในการใช้งานสูงสุดต่อชาร์จ ก็อยู่ที่ 700 กิโลเมตร/ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP จากแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 92 kWh (ปริมาณกระแสไฟที่ใช้เพื่อการเดินทางได้จริงอยู่ที่ 88 kWh)
ด้านขุมกำลังของตัวรถ จะมีให้เลือกตั้งแต่รุ่นมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 245 แรงม้า, รุ่นมอเตอร์คู่ ที่จะเพิ่มมอเตอร์สำหรับขับเคลื่อนชุดล้อคุ่หน้าเข้ามา ทำให้พละกำลังรวมเพิ่มขึ้นเป็น 442 แรงม้า และรุ่น Performance ที่ได้มอเตอร์คู่ให้กำลังสูงสุดรวมกันกว่า 670 แรงม้า และสามารถเรียกอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 3.9 วินาที แต่ยังคงมีความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง เท่าเดิม
ส่วนกำหนดการเปิดตัวในไทย ณ ตอนนี้ ทาง Volvo ประเทศไทย ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆออกมา แต่คาดว่าจะมีการโชว์ตัวให้ชาวไทยได้เห็น หรือจับจองกันภายในช่วงสิ้นปีนี้เป็นอย่างเร็ว