Home » Honda Accord 2025 เวอร์ชันญี่ปุ่นเตรียมอัพเกรดระบบ “Honda Sensing360+”
ข่าวต่างประเทศ ข่าวสารยานยนต์

Honda Accord 2025 เวอร์ชันญี่ปุ่นเตรียมอัพเกรดระบบ “Honda Sensing360+”

หลังปล่อยให้ขาวยุโรปและอเมริกาลองใช้กันอยู่นาน ในที่สุดระบบ “Honda Sensing360+” ก็ใกล้พร้อมสำหรับการบรรจุในรถเวอร์ชันวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นสักที และจะเริ่มประเดิมกันก่อนเลยใน Honda Accord e:HEV MY2025

จากการประกาศข้อมูลล่าสุด ทาง Honda Japan ได้มีการระบุว่า ตอนนี้ทางแบรนด์จะมีการเปิดรับจอง Honda Accord e:HEV MY2025 เวอร์ชันใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบ ADAS ขั้นสูงกว่า Honda Sensing ที่เราคุ้นเคยกัน และสูงกว่าระบบ Honda Sensing360 ที่มีกล้องกับเรดาร์ 360 องศา แต่เป็นระบบ “Honda Sensing360+” ที่มีความสามารถในการทำงานเหนือกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลายขั้นจนแทบจะทัดเทียมกับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ดังที่ใครหลายคนรู้จัก

โดยตัวระบบ Honda Sensing360+ นี้ จะมาพร้อมกับการอัพเกรดทั้ง เรดาร์ด้านหน้า, กล้องหน้า, เรดาร์ด้านข้าง, เรดาร์คลื่นเสียงหน้า-หลัง, เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวผู้ขับ, และจะอาศัยการทำงานร่วมกับระบบข้อมูลแผนที่ความละเอียดสูงอีกด้วย

ส่วนฟังก์ชันการทำงาน หากไม่นับลูกเล่นพื้นฐานที่มีให้อยู่แล้วในระบบ Honda Sensing และ Honda Sensing360 ก็จะประกอบไปด้วย

  • ระบบ Exit Warning

ระบบแจ้งเตือนยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากทางด้านหลังก่อนผู้ขับและผู้โดยสารเปิดประตูเพื่อออกจากรถ โดยอาศัยข้อมูลเรดาร์ตรวจจับวัตถุทางด้านหลังเป็นหลัก ซึ่งหากระบบพบว่ามียานพาหนะกำลังพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง ระบบจะเริ่มแจ้งเตือนผู้โดยสารที่อยู่ฝั่งเดียวกับยานพาหนะที่เคลื่อนเข้ามา ด้วยการเปิดไฟแจ้งเตือน Blind Spot ค้าง และหากยานพาหนะที่เคลื่อนตัวด้านหลัง ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ไฟแจ้งเตือนดังกล่าวก็จะยิ่งกระพริบถี่ขึ้น

และหากผู้โดยสาร ยังตัดสินใจที่จะเปิดประตูเพื่อออกจากรถ โดยที่ยานพาหนะทางด้านหลังยังไม่เคลื่อนตัวพ้นแนวรถไป ระบบก็จะมีการส่งเสียงเตือนขึ้นมาทันที เผื่อในกรณีที่ผู้โดยสารในรถไม่ทันเห็นยานพานะทางด้านหลังจากกระจกมองข้างจริงๆ

  • ระบบ Driver Emergency Support System

ระบบตรวจจับความพร้อมในการขับขี่รถของผู้ใช้ ซึ่งจะใช้ข้อมูลจากเรดาร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวผู้ขับ ที่ติดตั้งอยู่ใต้แนวจอแสดงผลลระบบอินโฟเทนเมนท์ (แต่ตัวเรดาร์จะหันมาหาตัวผู้ขับโดยเฉพาะ)

โดยหากระบบพบว่าผู้ใช้ไม่ได้อยู่ในสภาพวะที่สามารถขับรถต่อไปได้ เช่นอาจจะดูมีอาการง่วง หรือเผลอหลับใน ไม่ก็สลบจากความผิดปกติฉับพลัน ระบบก็จะเริ่มทำการปลุกผู้ขับด้วยการส่งเสียงเตือน และจะดังถี่ขึ้นเรื่อยๆหากผู้ขับยังไม่มีการตอบสนอง จากนั้นจึงจะตามด้วยการเปิดระบบแตรให้ดังเป็นจังหวะเพื่อแจ้งเตือนผู้ร่วมใช้ถนนโดยรอบ พร้อมกับการกระพริบไฟฉุกเฉิน

และสุดท้ายคือการเบรกชลอรถ พร้อมโทรหาศูนย์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อให้พนักงานเรียกปลุกผู้ขับอีกที ซึ่งหากผู้ขับยังไม่มีการตอบสนอง ทางพนักงานก็จะโทรเรียกหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาดูแลสถานการณ์ต่อโดยเร็ว

  • ระบบ Predictive Curve Departure Warning

ระบบคาดคะเนและแจ้งเตือนการเข้าโค้ง ซึ่งจะอาศัยการดึงข้อมูลจากทั้งเรดาร์ตรวจจับวัตถุด้านหน้า กับกล้องหน้า รวมถึงข้อมูลจากระบบแผนที่นำทางความละเอียดสูง

โดยหากระบบพบว่าเส้นทางข้างหน้าที่รถกำลังมุ่งไป มีความเป็นทางโค้ง และผู้ขับยังไม่ลดความเร็วรถลงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ระบบจะเริ่มทำการแจ้งเตือนผู้ขับให้ชลอความเร็วลง และจะดังถี่ขึ้นเรื่อยๆจนกว่าผู้ขับจะชลอความเร็วลงมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

  • ระบบ Advanced In Lane Driving with Hands-off Capability / Advanced In Lane Driving

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน โดยสามารถทำงานได้โดยที่ผู้ขับไม่จำเป็นต้องจับพวงมาลัย (แต่ผู้ขับจะต้องยังคงไม่ละสายตาจากถนนเผื่อในกรณีฉุกเฉิน) และจะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ขับเปิดระบบขณะรถอยู่บนถนนไฮเวย์ หรือทางด่วนที่การจราจรไม่ได้มีความคับคั่งมากนัก

  • ระบบ Active Lane Change Recommendation

ระบบแจ้งเตือนและช่วยเปลี่ยนเลนกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งระบบนี้จะอาศัยการทำงานร่วมกับระบบลูกเล่นก่อนหน้า และหากระบบพบว่ามีรถอยู่ด้านหน้า ด้วยความเร็วต่ำกว่าค่าที่ผู้ขับตั้งเอาไว้มากเกินไป ระบบจะประมวลผลความโล่งของถนนด้านขวา (กรณีเป็นประเทศที่ขับรถเลนซ้าย)

โดยหากระบบมองว่าเลนด้านขวาโล่งพอ ระบบจะทำการแจ้งผู้ขับว่าได้จังหวะที่เหมาะสำหรับการเปลี่ยนเลนเพื่อแซงรถคันข้างหน้า ซึ่งหากผู้ขับกดอนุมัติการเปลี่ยนเลน ระบบก็จะทำการเปิดไฟเลี้ยว ดูจังหวะ และเลี้ยวรถเปลี่ยนเลน พร้อมเร่งกำลังเครื่อง(หรือมอเตอร์)ขึ้นไปเพื่อให้การแซงเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

หรือหากผู้ขับเปิดระบบนำทางไปด้วย ระบบนี้ก็ยังสามารถแจ้งเตือนผู้ขับและเปลี่ยนเลนถนนเพื่อเข้าสู่ช่องทางสำหรับเดินทางไปต่อได้ด้วย

  • ระบบ Advanced Lane Change

ระบบช่วยเลี้ยว และเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ซึ่งจะมีลักษณะการทำงานที่คล้ายกับระบบก่อนหน้า แต่คราวนี้ ระบบจะมีแค่การแจ้งผู้ขับ และประมวลผล พร้อมคุมการเปลี่ยนเลนเองโดยอัตโนมัติ ผู้ขับไม่จำเป็นต้องมาคอยนั่งอนุมัติคำสั่งอีกต่อไป และหากแซงรถคันข้างหน้าแล้วเป็นที่เรียบร้อย มันยังจะคอยเบี่ยงกลับมาอยู่ในเลนกลาง หรือเลนซ้ายให้เองในภายหลังด้วย

จะเห็นได้ว่าระบบ Honda Sensing360+ นั้นมีความอัจฉริยะในการทำงานที่สูงกว่าระบบ Honda Sensing ขึ้นมาก และจะดีมากเลยทีเดียวหากมันถูกนำมาติดตั้งในรถยนต์ของ Honda ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งมันอาจจะใช้เวลาไม่นานนักหลังจากนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ Honda Accord e:HEV พร้อมระบบ Honda Sensing360+ ถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นช่วงเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.