หลังรอคอยกันมานาน ในที่สุดกำหนดการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ใช้แพลตฟอร์ม Neue Klasse architecture ก็ได้รับการเคาะกำหนดการเปิดตัวที่แน่ชัดออกมาจริงๆสักที

ข้อมูลจากงานแถลงนโยบายประจำปี 2025 ของ BMW Group ระบุถึงไฮไลท์น่าสนใจมากมายที่ทางค่ายเตรียมนำเสนอให้ชาวโลกได้เห็นทั้งในปีนี้ และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเริ่มจากการเผยว่าในปี 2025 นี้ พวกเขาจะทำการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม Neue Klasse ในการสร้าง นั่นคือ BMW iX3 รุ่นใหม่ ในงาน IAA Mobility ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนปีนี้
ในขณะเดียวกัน ตัวรถรุ่นดังกล่าว จะถูกบรรจุให้เป็นรถ 1 ใน 40 โมเดล ที่ทางค่ายจะทยอยปรับโฉม ทั้งปรับใหญ่ และปรับเล็ก ภายในช่วงปี 2025 นี้ถึงปี 2027 โดยจะมีทั้งรุ่นที่ใช้ขุมกำลังพลังงานไฟฟ้าล้วน, ขุมกำลังปลั๊กอิน-ไฮบริด, และขุมกำลังสันดาบภายใน รวมถึงรถที่จะใช้พื้นฐานแพลตฟอร์ม Neue Klasse ในการสร้างซึ่งยังมีอีกหลายรุ่นที่รอเปิดตัวตาม iX3 ออกมาด้วย
โดย Oliver Zipse ประธานบอร์ดบริหารสูงสุดของ BMW Group ระบุว่าปี 2025 ถือเป็น “ปีแห่งการเดินทาง” ของบริษัท เพราะมันจะเป็นปีที่ “มีเงื่อนไขแปรปรวนทั่วโลก” และการเปิดตัวรถยนต์ซึ่งใช้แพลตฟอร์ม Neue Klasse ก็ถือเป็นกุญแจสำคัญในการฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไป โดยจะประเดิมกันก่อนด้วย iX3
ทั้งนี้ BMW iX3 รุ่นใหม่ ใช่ว่าทางค่ายจะไม่เคยเผยรูปหน้าค่าตาของมันออกมาก่อน เพราะย้อนไปเมื่อ 1 ปีที่แล้วแทบจะพอดีเป๊ะ ทางค่ายได้มีการเผยภาพของรถต้นแบบ Vision Neue Klasse X Concept ออกมา โดยในทันทีที่แรกเห็น ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือร่างจำแลงของ iX3 อย่างแน่นอน เพราะทางค่ายแนบภาพของมันเอาไว้กับรถ Vision Neue Klasse ที่จะเป็นต้นแบบให้กับรถ BMW 3-Series เจเนอเรชันใหม่ด้วยนั่นเอง
และแม้จะมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงกลางปี 2025 แต่กำหนดการผลิตจริงของตัวรถ จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีเดียวกันแทน โดยจะประเดิมขึ้นไลน์ผลิตกันก่อนในโรงงานที่ประเทศเยอรมัน จากนั้นก็อาจจะมีการขึ้นไลน์ผลิตในโรงงานประเทศอื่นๆ เพื่อขยายฐานการตลาดในแต่ละทวีปเพิ่มเติม
ส่วนจุดขายที่ BMW พยายามนำเสนอนักหนาเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Neue Klasse ก็คือการที่ตัวรถ จะมาพร้อมกับลูกเล่น Panoramic iDrive ซึ่งเป็นหน้าจอขนาดใหญ่สำหรับแสดงผลข้อมูลอินโฟเทนเมนท์และข้อมูลตัวรถด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ และตัวรถยังมาพร้อมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6 กับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับ 800 โวลท์
และยังมีเรื่องของสมรรถนะในการใช้งาน โดยเฉพาะด้านสุนทรีย์การขับขี่, เทคโนโลยีด้านระบบขุมกำลัง, เทคโนโลยีแบตเตอรี่, เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน ซึ่งล้วนเป็นการยกระดับจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าดั้งเดิมที่ทางค่ายเคยมีขึ้นมาอย่างชัดเจน จนทางค่ายนิยามว่ามันเปรียบเสมือนการ “ข้ามยุค” กันเลยทีเดียว