พันธมิตร ฝรั่งเศส-ญี่ปุ่น กลับมาเป็นที่จับตา กันอีกครั้ง หลังจากมีกระแสข่าวลือ ความร้าวฉานมานาน หลังจากกรณีของนาย คาร์ลอส โกห์น ผู้เข้ามาพัฒนานิสสันในยุคใหม่ หากก็กลับกลายเป็นอันต้องหนีออกนอกประเทศญี่ปุ่น อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการธุรกิจยานยนต์

การหนีของโกห์น ตามมาด้วยความร้าวฉานของ เรโนล์ต และนิสสัน ที่มีความสัมพันธ์ กันมายาวนานกว่า 24 ปี และล่าสุดทั้ง 2 บริษัท ก็พร้อมเดินหน้าต่อ หลังจากอยู่ใต้ร่มเงาเดียวกัน ที่มีปัญหาเรื้อรังในเรื่องต่างๆ มายาวนาน
ข้อมูลล่าสุด หลังจากที่มีข้อมูลยืนยันว่า ทางเรโนล์ต เตรียมจะถอนหุ้นจากทางนิสสัน เพื่อ ให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นรายนี้ เป็นอิสระมากขึ้นในการทำงาน หลังจาก ทาง เรโนล์ต สามารถเข้ามามีส่วนในการโหวตการทำงานด้านต่างๆ ของ นิสสั น ขณะที่นิสสัน เอง ไม่มี สิทธ์ ในเรื่องนี้เดียวกัน
แถลงการณฺ ของนิสสัน ออกมาระบุว่า นี่คือก้าวต่อไป ของความร่วมมือฉันพันธมิตร ในการสร้างโอกาส และ สร้างความมั่นคงในแง่ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของแต่ละบริษัทในเครือ เพื่อที่จะพร้อมสำหรับการนิวัติ และเปลี่ยนแปลงของตลาดยานยนต์ และบริการขนส่ง
แนวคืดใหม่ในการร่วมมือกันนี้ เป็นทิศทางที่เหมาะสม ต่อการเปลี่ยนแปลง ในตลาดอนาคต และสร้างโอกาสที่ดีที่สุดในการทำตลาด
ภายใต้การเปิดศักราชใหม่ ตามข้อมุลที่เปิดเผยออกมา มีดังนี้
- นิสสัน จะร่วมลงทุนใน Ampere โครงการรถยนต์ไฟฟ้าของทาง Renault 15% โดยโครงการดังกล่าว จะมุ่งเน้นการพัมนารถยนต์ไฟฟ้า สำหรับ ตลาดยุโรปเป็นหลัก นิสสัน จะมีสิทธิเข้าถึง แบตเตอร์รี่ Solid State , ระบบซอฟท์แวร์ภายในรถ รวมถึง ระบบความปลอดภับขั้นสูง รุ่นใหม่ ที่กำลังอยู่ในการพัฒนา
- มิตซูบิชิ มอเตอร์ จะพิจารณา ว่าจะลงทุนในดครงการเดียวกันนี้ หรือไม่
- Nissan – Mitsubishi จะมาเป็นลูกค้าหลัก เครื่องยนต์สันดาปของ Renault ภายใต้โครงการ Horse โดยสามารถใช้เครื่องยนต์สันดาปไอเสียต่ำ และ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ในรถของบริษัททั้งสองได้
การสร้างสมดุลทางพันธมิตร
นอกจากการเข้าร่วมเพื่ออนาคตแล้ว ทางนิสสัน ยังได้ขอปรับการถือครองหุ้นของ Renault ให้มีสัดส้วนเท่ากัน คือ 15% ในส่วนเกินอีก 24.8% จะโอนให้กองทุน ที่มีคณะกรรมการของทั้ง เรโนล์ต์ และ นิสสัน เป็นผู้ดูแล
โดยในส่วนของข้อจำกัดในการออกเสียงตามเดิมที่มีข้อตกลงกับทางเรโนล์ต และภาครัฐสิ้นสุดลง
โดยทาง เรโนล์ตและนิสสัน จะมีตัวแทนบริหารในแต่ละบริษัท บริษัท ละ 2 คน ส่วนบอร์ดการบริหารพันธมิตร ยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลง ในข้อตกลงดังกล่าวทั้งหมด จะทำให้ นิสสัน และ เรโนล์ต ได้ประโยชน์จากการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ภายใต้ความร่วมมือใหม่นี้ ทั้งหมด จะลุยในตลาด สำคัญ คือ ยุโรป, อินเดีย และ ลาตินอเมริกา
โครงการหลักๆที่มีการเผย ออกมาจาก Nikkei ชี้ ว่า มี
- รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ ของนิสัสน ที่จะจับ Renault Triber มาเปลี่ยนโฉม สำหรับตลาดอินเดีย
- โครงการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่
- รถยนต์กระบะรุ่นใหม่ สำหรับตลาดอเมริกาใต้ โดยมีการพัฒนาร่วมกันของทั้งสองบริษัท เบื้องต้นจะเน้นในตลาดอาเจนติน่า นิสสัน จะรับหน้าที่ผลิตรถให้ทั้ง 2 บริษัท
- โครงการพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าขนาดกลาง โดยจะวางจำหน่ายในปี 2026 ซึ่งในโครงการนี้ มิตซูบิชิ อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยจะนำพื้นฐานเดียวกัน ไปต่อยอด รถอีก 2 รุ่น ในอนาคต
สำหรับข้อตกลงใหม่นี้ เป็นทิศทางของบรรยากาศที่ดีขึ้นของ เครือ พันธมิตร ฝรั่งเศลญี่ปุ่น ซึ่งเราคงต้องจับตา ต่อไปว่าจะดำเนินการไปอย่างไร