ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ได้คลี่คลายลงไปมาก แต่การแก้ไขปัญหาต้องดำเนินต่อ ล่าสุดรัฐฯ เรียกผู้ผลิตรถยนต์มาหารือเพื่อปรับใช้มาตรฐานไอเสียยูโร 5
ในที่สุดความหวังที่คนไทยจะได้ใช้เครื่องยนต์ไอเสียสะอาด ที่ได้รับมาตรฐานยูโร 5 ออกมาจากโรงงาน ทั้งเครื่องเบนซินและดีเซลก็เริ่มใกล้เป็นความจริงทุกขณะ โดยไม่กี่วันมานี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ประชุมถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ระยะเร่งด่วน กลาง และยาว ให้มีผลเป็นรูปธรรมไวที่สุด
ย้อนไปไม่กี่วันที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 3 ระยะ ระยะเร่งด่วน หากพื้นที่ใดปริมาณฝุ่นเกินกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้เพิ่มจุดตรวจจับควันดำ 20 จุดทั่วกทม.
พร้อมกันนี้ยังได้ห้ามรถ ขสมก.ที่มีควันดำออกวิ่ง ขณะเดียวกัน มีแผนปรับใช้น้ำมัน B20 และเร่งนำน้ำมันดีเซลเทียบเท่ามาตรฐาน EURO5 มาใช้ นอกจากนี้ ก็เตรียมห้ามรถยนต์มีมลพิษสูงวิ่งในกรุงเทพฯ ชั้นกลางและชั้นนอก ฯลฯ หากฝุ่นยังไม่ลดและมีแนวโน้มสูงขึ้นให้ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ
หากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ยังคงสร้างผลกระทบต่อคนในประเทศไทย ก็มีมาตรการดังต่อไปนี้
- ระยะกลาง (พ.ศ. 2562-2564) พิจารณาปรับลดอายุรถยนต์ที่เข้ารับการตรวจสภาพประจำปี พิจารณาเพิ่มภาษีรถยนต์เก่า ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
- มาตรการระยะยาว (พ.ศ. 2565-2567) ปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศรถยนต์ใหม่ตามมาตรฐาน EURO6
- ห้ามนำเข้าเครื่องยนต์ใช้แล้วมาเปลี่ยนใส่รถยนต์เก่า
ทั้งนี้ ข่าวล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้เชิญบริษัทรถยนต์ที่มีโรงงานประกอบรถในไทยทุกราย มาพูดคุยเพื่อนำไปสู่การผลิตรถยนต์ที่มีไอเสียมาตรฐาน EURO5 จากเดิมที่รถยนต์นั่ง รถกระบะ รวมถึงรถชนิดอื่นๆ ยังคงใช้มาตรฐาน EURO4 ซึ่งภาครัฐขอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหรกรรม (สมอ.) เข้ามาร่วมพูดคุยด้วย
เรียกได้ว่าภายในปีนี้เราอาจได้เห็นค่ายรถยนต์ที่ผลิตรถกระบะ หรือรถพีพีวี มีความเปลี่ยนแปลงด้วยการปรับมาตรฐานไอเสียมาอยู่ที่ EURO5 ตามนโนบายภาครัฐ และสร้างคุณภาพชีวิตอันดีต่อผู้คนในชาติ
ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com